วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความรู้เกี่ยวกับรถลาก

                                การเลือกใช้งานรถลาก

การเลือก รถลากพาเลท แฮนด์ลิฟท์  Hand Pallet truck (แฮนด์ลิฟท์)


รถลากพาเลท จะมีหลายชื่อ เช่น แฮนด์ลิฟท์, รถยกพาเลท, Hand Lift, Hand pallet truck,Handpallet, Pallet Jack
ึ่งหมายถึง อุปกรณ์แบบเดียวกัน

จุดประสงค์


แฮนด์ลิฟท์ใช้เพื่อเคลื่อนย้ายพาเลทจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากงายกได้ในระดับเหนือพื้นเล็กน้อยเท่านั้น   ขนาดเล็กกว่ารถยกประเภทอื่นๆ ใช้งานง่าย
แยกตามการใช้งานดังนี้
1. รุ่นมาตรฐาน เป็นแฮนด์ลิฟท์ รุ่นที่พบเห็นทั่วไป ราคาถูก มีoption หลากหลาย


2. แบบงาต่ำพิเศษ ขาเสียบงาจะบางเหมาะกับพาเลทที่ทำขึ้นเอง เช่น พาเลทไม้ พาเลทเหล็ก
พาเลทที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน ที่มีช่องสอดงาต่ำกว่าทั่วไป ก่อนเลือกซื้อ ควรวัดขนาดของพาเลทให้แน่นอนก่อน โดยเฉพาะถ้าความสูงต่างกันเพียง1-2มม.เทียบกับรถแฮนด์ลิฟท์  ต้องแน่ใจว่าความสูงอยู่ระดับนี้ทั้งพาเลท
 


3. รับน้ำหนักสูง 5000kg ตัวจะใหญ่ หนา แบบมาตรฐานที่รับได้เพียง2500-3000kg



4. แบบชุบกัลวาไนซ์ ผิวเคลือบกันสนิม กันความชื้น ใช้ในงานห้องเย็น พื้นที่ชื้นแฉะ

5. แบบสเตนเลส กันสนิมดีกว่าชุบกัลป์วาไนซ์มาก แต่ราคาแพงกว่า4เท่า ใช้ในงานห้องเย็น

6. แบบfour way เคลื่อนได้4ทิศทาง เนื่องจากแบบมาตรฐานต้องมีวงเลี้ยว แต่รุ่นนี้ จะสไลด์ข้างได้


7. แบบตาชั่งในตัว แฮนด์ลิฟท์ มีที่ชั่งน้ำหนักในตัว วัดน้ำหนักของบนพาเลทได้


8. แบบยกสูง ยกสูงได้80Cm แต่ไม่ค่อยนิยม เพราะเวลายกสูง จะเคลื่อนที่ไม่ได้ 
ยกเว้น แบบSKID ตามรูปขวาสามารถเคลื่อนที่ได้
  


9. แบบลากโรล จะไม่ได้ใช้ลากพาเลท  จะไว้ใช้ลาก งานม้วน เช่น ม้วนกระดาษ ม้วนผ้า
มีขาที่กว้างกว่า และงาทำมุมเฉียงเพื่อกับส่วนโค้งของงานม้วน

10. แบบกึ่งไฟฟ้า SEMI ELECTRIC กลไกบางส่วนจะเป็นไฟฟ้า โดยเฉพาะส่วนยกจะขึ้นลงด้วยไฟฟ้า มักจะเป็นรุ่นที่มีระยะยกสูง หากใช้ปั้มโยกจะเสียเวลาและใช้แรง

11. แบบไฟฟ้า FULL ELECTRIC กลไกจะเป็นไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งการขับเคลื่อนและการยก สามารถขึ้นขับขี่ได้


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวเลือก รถลากพาเลท  Hand Pallet truck มาตรฐาน
1.1 น้ำหนักที่รับได้ Load 
-2500kg            -3000kg          รุ่น3000kgจะราคาแพงกว่า

1.2 ความกว้างงา

เนื่องจากช่องเสียบของพาเลท(L) มีหลายขนาด พาเลทแคบช่องเสียบงาจะแคบ หากไม่ตรงจะเสียบงาเข้าไปไม่ได้

- 680mm หน้ากว้าง เป็น รุ่นมาตรฐานนิยมมากสุด ใช้กับพาเลทพลาสติกได้ส่วนใหญ่
- 540mm หน้าแคบ เป็นรุ่นตัวเลือก คือ L น้อยกว่า680mmใช้กับพาเลทขนาดเล็ก พาเลทแคบ

1.3 ล้อ

- ล้อโพลียูรีเทน(PU) เป็นล้อมาตรฐานติดมากับรถ มีสีแดง มีความนุ่ม ยืดหยุ่น เงียบ เหมาะกับพื้นที่ฉากเรียบ ข้อเสีย ความทนทานต่ำ สึกหรอง่ายหากใช้ในพื้นที่หยาบกระด้าง ไม่ทนเคมี ไม่ทนความชื้น เพราะยางจะอมน้ำ
- ล้อไนล่อน(Nylon) เป็นล้อตัวเลือก มีสีขาว แข็งแรง ทนสารเคมี ทนความชื้น เหมาะกับงานในที่ชื้น มีสารเคมีตามพื้น ข้อเสีย กระด้าง เสียงดัง เวลาลาก 
ล้อเดี่ยวกับล้อคู่
ในบ้านเราที่มีจำหน่ายเกือบทั้งหมดจะเป็นล้อคู่  ล้อเดี่ยวที่พบและมีจำหน่ายตามภูมิภาคเอเชียหลายประเทศ
ซึ่งล้อเดี่ยวน่าจะผลทางการลดต้นทุนมากกว่า บางเหตุผลบอกว่า ล้อเดี่ยวคล่องตัวกว่า แต่อย่างไรก็ตามถ้าแบบล้อคู่น่าจะช่วยให้แบ่งเบาภาระของล้อ ลดการสึกหรอให้ช้าลง

1.4 ความสูงของงา

- มาตรฐาน คือ 85 mm ช่องเสียบพาเลทต้อง H สูงกว่า85mm พาเลทพลาสติก พาเลทสำเร็จรูปมักจะมีความสูง 100mm ขึ้นไปอยู่แล้ว
- ไม่มาตรฐาน คือ Hต่ำกว่า85mm  โดยส่วนใหญ่จะเป็น พาเลทไม้หรือพาเลทเหล็กที่ทำขึ้นมาเอง เราจะแนะนำให้ใช้ รุ่นแบบงาต่ำพิเศษ ซึ่งจะความสูง55mm(หรือรุ่นต่ำกว่านี้) จะทำให้งาของรถแฮนด์ลิฟท์ ต่ำพอจะสอดเข้าใต้ช่องพาเลทได้

1.5 ความยาวงา

- ความยาวงา มาตรฐาน คือ 1220 mm สำหรับ หน้ากว้าง680 , 1150mm สำหรับ หน้าแคบ540
- ความยาวงาสั้น ตั้งแต่ 800,900,1000 mm สำหรับพื้นที่ขนาดแคบ เช่น สโตร์ในสำนักงาน สโตร์ช่าง
- ความยาวงายาว ตั้งแต่ 1500,1800,2000mm จะใช้กับงานขนาดใหญ่ เพื่อให้สมดุลไม่ล้มง่าย
ราคาจะแตกต่างกับรุ่นมาตรฐานมากพอสมควร
มีการประยุกต์อีกแบบ ของรุ่นงายาว คือ การใช้พาเลทปิด คือ จะเสียบทะลุผ่านพาเลท
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิธีการใช้งาน รถลากพาเลท  แฮนด์ลิฟท์
การใช้งานแบบเบื้องต้นมีดังนี้
1. ยก - ดันคันโยกลง แล้วออกแรงปั้มก้านคันโยก งาจะยกขึ้น
2. เคลื่อนที่ - ปรับคันโยกมาตรงกลาง จะเป็นตำแหน่งฟรี งาจะไม่ยกขึ้นหรือลง
3. ลง - ดันคันโยกขึ้น งาจะลดตัวลง
ข้อแนะนำการใช้งาน
1. ควรยกขึ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้สามารถเคลื่อนตัวได้ ไม่จำเป็นต้องยกขึ้นสุด
    นอกจากจะไม่ต้องออกแรงเกินจำเป็นแล้ว ยังช่วยให้กระบอกยกไม่รับภาระมากเกินไป
    ป้องกันความเสียหาย และช่วยรักษาสมดุลย์ในการเคลื่อนที่อีกด้วย
2. เมื่อไม่ได้ใช้งานไม่ยกของค้างไว้
3. เมื่องาไม่ยกขึ้น หยุดโยกปั๊มขึ้น ไม่ควรฝืนยก และหาสาเหตุดังนี้
3.1 ตรวจรอบรถ ว่ามีตัวถังรถแฮนด์ลิฟท์ ไปติดกับสิ่งอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น พาเลทข้างเคียง ขอบทางกำแพง
3.2 นำรถออกมาจากจุดทำงาน ปั๊มขึ้นลงด้วยตัวเปล่า ตรวจสอบกลไกต่างๆว่าทำงาน
      ผิดปกติหรือไม่ บางครั้งพบว่า โซ่คันโยก หย่อนยาน หรือ ตึงไปทำให้รถไม่ทำงาน
3.3 ตรวจสอบการรั่วซึมและระดับน้ำมันไฮโดรลิค พบบ่อยว่า น้ำมันในระบบลดลง
      จะทำให้ประสิทธิภาพการยกลดลง หากเป็นรั่วซึมเป็นหยดชัดเจน ควรแก้ไขที่จุดนั้น
      ไม่ว่าจะเป็น oil seal และ ดูความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนที่จุดรั่วซึม ว่าสึกหรอเสียหายหรือไม่
4. ขณะใช้งาน ยก ลากเคลื่อนที่ ไม่ควรผู้ใดอยู่ใกล้ด้านของงาที่ยกของ คนควรอยู่ด้านฝั่งของคันโยก
    เพราะจะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยขณะทำงาน
5. ไม่ควรนำรถไป ทิ้งไว้กลางแดด โดนฝน นานๆ เพราะจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น