วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กรองอากาศ

                             เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเปลี่ยนกรองอากาศ
                  เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากรองอากาศของรถคู่ใจสมควรเปลี่ยน เราจะสังเกตุจากอะไร หรือ มีสัญญาณอะไรที่ช่วยเตือนเราว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว  และกรองอากาศนั้นสำคัญอย่างไรทำไมเราต้องเปลี่ยน
           กรองอากาศนั้นทำหน้าที่ดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปในห้องเครื่องยนต์  แต่เมื่อเราใช้งานไปนานๆ หรือใช้งานในที่มีฝุ่นมากๆ ก็จะทำให้กรองอากาศที่คอยดักฝุ่นนั้นเกิดการอุดตัน  ส่งผลให้อากาศผ่านเข้าไปในกระบอกสูบน้อยลง  ทำให้การเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์  ไส้กรองอากาศที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่คือ  ไส้กรองอากาศแบบแห้ง
       โดยปกติแล้วควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุกๆ 15, 000  กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้น หากคุณขับขี่รถในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากเป็นประจำ   หากกรองอากาศของคุณสกปรก จะสังเกตุได้จากอาการดังต่อไปนี้
    *  เครื่องยนต์กำลังตก
    *  เครื่องยนต์สั่น
    *  ควันไอเสียมีสีดำ
    *  ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
เมื่อไส้กรองรถคู่ใจคุณสกปรก คุณสามารถทำความสะอาดให้กรองอากาศรถคู่ใจด้วยตัวของคุณเองได้ โดยปฎิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
  *  เปิดกระโปรงรถ
  *  เช็ดฝาครอบหม้อกรองอากาศให้สะอาด
  *  ถอดน็อตหางปลา
  *  ปลดคลิปล็อคและเปิดฝาครอบออก
  *  ดึงไส้กรองอากาศออกจากหม้อกรอง
  *  เช็ดทำความสะอาดภายในหม้อกรอง
  *  ตรวจเช็คไส้กรองอากาศ  ถ้าเห็นว่าไส้กรองอากาศสกปรกมาก หรือครบอายุการใช้งานควรเ้ปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่
  *  หากเห็นว่าสกปรกไม่มาก สามารถทำความสะอาดได้ โดยใช้ลมเป่าจากด้านใน ผ่านไส้กรองอากาศ ออกสู่ภายนอก
  *  ใส่ไส้กรองอากาศกลับเข้าที่  โดยให้เข้ากับบ่ารับ
  *  ประกอบฝาครอบให้ตรงกับเครื่องหมาย ใส่น็อตหางปลาและคลิปล็อคกลับเข้าที่เดิม
และเมื่อใส่ไส้กรองอากาศเสร็จแล้วควรตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง  น้ำมันเบรก  น้ำมันคลัตช์  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ด้วย  ซึ่งปกติจะต้องอยู่ในระดับขีดสูงสุดเสมอ  ถ้าพบว่าอยู่ต่ำกว่าระดับขีดสูงสุด ให้เติมน้ำมันแต่ละประเภทให้อยู่ในระดับขีดสูงสุดเสมอ   แต่ถ้าพบว่า น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันคลัตช์ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์  ต่ำกว่าขีดสูงสุดบ่อยๆ ควรนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ
   และนอกจากนี้ไหนๆก็เปิดกระโปรงแล้ว คุณควรตรวจเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำไปพร้อมกันเลย โดยปกติน้ำในหม้อพักน้ำจะต้องอยู่ที่ขีด " MAX " ถ้าต่ำกว่าขีด " MAX " แต่ไม่ต่ำกว่าขีด " MIN " ให้เติมน้ำสะอาดในหม้อพักน้ำให้ถึงขีด " MAX " แต่ถ้าพบว่าระดับน้ำต่ำกว่า " MIN "  จะต้องเปิดฝาหม้อน้ำและเติมน้ำสะอาด ในหม้อน้ำก่อน จากนั้นจึงเติมน้ำสะอาดในหม้อพักน้ำให้อยู่ในขีด  " MAX "
สุดท้ายดูระดับน้ำในกระบอกล้างกระจก  ควรอยู่เต็มขีดสูงสุดเช่นกัน เพื่อเตรียมไว้ล้างกระจกยามฉุกเฉิน
แต่ตามความเป็นจริงแล้วเมื่อมีการใช้งานรถคู่ใจอยู่เป็นประจำ ก็ควรจะมีการตรวจเช็คระดับน้ำมันต่างๆ ระดับน้ำ เป็นประจำหรือสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และรถคู่ใจก็จะอยู่กับคุณไปอีกนาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น