วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คู่มือซ่อมรถโฟล์คลิฟท์( service manual for forklift)







Available from these sellers.
  • Our Reproduction Manuals Are Better The Originals! Here's why: We start with high-resolution scans of the original manual, then we add:
  • Our special comb-binding for industry-leading toughness and ease-of-use. Try laying a regular manual flat while you work!
  • Updated information and data not available at the time of original printing
  • Valuable Tractor Data, such as serial info, measurements, capacities and specs
  • Super-sharp text and images our competitors simply can't match (in fact, many of them just copied our manuals!). Please allow us an additional 4-5 days to process your order!
1 new from $25.99












Available from these sellers.
  • Our Reproduction Manuals Are Better The Originals! Here's why: We start with high-resolution scans of the original manual, then we add:
  • Our special comb-binding for industry-leading toughness and ease-of-use. Try laying a regular manual flat while you work!
  • Updated information and data not available at the time of original printing
  • Valuable Tractor Data, such as serial info, measurements, capacities and specs
  • Super-sharp text and images our competitors simply can't match (in fact, many of them just copied our manuals!). Please allow us an additional 4-5 days to process your order!
1 new from $37.99



Available from these sellers.
  • Our Reproduction Manuals Are Better The Originals! Here's why: We start with high-resolution scans of the original manual, then we add:
  • Our special comb-binding for industry-leading toughness and ease-of-use. Try laying a regular manual flat while you work!
  • Updated information and data not available at the time of original printing
  • Valuable Tractor Data, such as serial info, measurements, capacities and specs
  • Super-sharp text and images our competitors simply can't match (in fact, many of them just copied our manuals!). Please allow us an additional 4-5 days to process your order!
1 new from $174.99

Case 584D, 585D, 586D Forklift Service Manual 9-69280 R1 1,232 Pages Color 














Available from these sellers.
  • This is an original copy of the manual
  • May show signs of use (finger prints, writing, etc...)
  • In good usable condition!
  • Please refer to picture to verify any serial number breaks!
1 new from $24.99





Product Description



This manual tells you how to test the adjustments on these forklifts


Industrial Machinery Manuals Is Proud To Offer 1 Quality Bound Copy Of A: Komatsu Forklift FG & FD Series, Forklift Truck, Operations & Maintenance Manual Year (1987) This Manual Covers Models: FG Series FD FG20S25S/30S-4 FG20/25/30-8 FG20H/25H/30H-8 FD20/25/30-10 FD20S/25S/30S-5 FD20H/25H/30H-8 This Manual Includes: Foreword, Breaking in your new Machine, Check Before Starting, Periodic Maintenance, Periodic Replacement of Consumable Parts, Maintenance Table Replacement and Check, Service Data, Lubrication Chart, Handling Machine in Extremely Hot Places, Cold Weather Operation, Storage, Fuel and Lubricants, Wiring Diagram, Before Operating Forklift, General Locations, Instruments and Controls, Operating Your Machine, This Manual Has 66 Printed Pages. Year 1987



Industrial Machinery Manuals Is Proud To Offer 1 Quality Bound Copy Of A: Komatsu Forklift H-20 Gasoline Engine Parts Manual Year (1988) This Manual Covers Models: H-20 Japanese & English This Manual Includes: H20 PNE6, English & Japanese, Parts Book, Functional Illustrated Drawings showing Component Identification, This Manual Has 84 Printed Pages. Year 1988


ndustrial Machinery Manuals Is Proud To Offer 1 Quality Bound Copy Of A: Komatsu Forklift Truck, FG20 Series, Parts Book Manual Year (1988) This Manual Covers Models: FG20/23/25/28/30-8, FG20L/25L-8, FG20S/25S/30S-4, This Manual Includes: FG20/30.8-PNE3, Parts Book, Functional Illustrated Drawings showing Component Identification, This Manual Has 414 Printed Pages. Year January 1988

JLG FS80 LiftPod Personal Portable Lift Model# 1001070080




















 
 Product Description


The LiftPod is easily portable between sites in a truck, and around the works site on wheels. Each module of the LiftPod can be carried and moved by one person, and it can be assembled in less than 30 seconds. Additional Features Optional Battery Power Pack # 1001071730 $495.00 8" non-marking polyurethane wheels Each piece averages 50lb and can be carried by 1 person Working height of 14 feet LiftPod elevation is controlled by a battery operated drill (not included) ANSI Approved? Yes ANSI Ladder Rating Not Rated Acme Tools Part Number 1001070080 Adjustable Yes Assembled Weight (In LBS) 145 Base Spread (In) 51 Base Width (In) 41 Casters Yes Duty Rating (Lbs) 330 Guard Rails Available? Included Hand Crank (Y,N) Yes Interchangeable Parts Yes Jack Mechanism Gear Drive Ladder Length (Ft) 8.5 Ladder Material Aluminum Ladder Type Personal Lift Maximum Load (Lbs) 330 OSHA Approved? (Y,N) Yes Product Weight (In the box - LBS) 155 Pump Jack Mechanism No Rail Material Aluminum Self Locking Yes Weather Resistant Yes

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กรองอากาศ

                             เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเปลี่ยนกรองอากาศ
                  เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากรองอากาศของรถคู่ใจสมควรเปลี่ยน เราจะสังเกตุจากอะไร หรือ มีสัญญาณอะไรที่ช่วยเตือนเราว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว  และกรองอากาศนั้นสำคัญอย่างไรทำไมเราต้องเปลี่ยน
           กรองอากาศนั้นทำหน้าที่ดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปในห้องเครื่องยนต์  แต่เมื่อเราใช้งานไปนานๆ หรือใช้งานในที่มีฝุ่นมากๆ ก็จะทำให้กรองอากาศที่คอยดักฝุ่นนั้นเกิดการอุดตัน  ส่งผลให้อากาศผ่านเข้าไปในกระบอกสูบน้อยลง  ทำให้การเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์  ไส้กรองอากาศที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่คือ  ไส้กรองอากาศแบบแห้ง
       โดยปกติแล้วควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุกๆ 15, 000  กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้น หากคุณขับขี่รถในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากเป็นประจำ   หากกรองอากาศของคุณสกปรก จะสังเกตุได้จากอาการดังต่อไปนี้
    *  เครื่องยนต์กำลังตก
    *  เครื่องยนต์สั่น
    *  ควันไอเสียมีสีดำ
    *  ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
เมื่อไส้กรองรถคู่ใจคุณสกปรก คุณสามารถทำความสะอาดให้กรองอากาศรถคู่ใจด้วยตัวของคุณเองได้ โดยปฎิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
  *  เปิดกระโปรงรถ
  *  เช็ดฝาครอบหม้อกรองอากาศให้สะอาด
  *  ถอดน็อตหางปลา
  *  ปลดคลิปล็อคและเปิดฝาครอบออก
  *  ดึงไส้กรองอากาศออกจากหม้อกรอง
  *  เช็ดทำความสะอาดภายในหม้อกรอง
  *  ตรวจเช็คไส้กรองอากาศ  ถ้าเห็นว่าไส้กรองอากาศสกปรกมาก หรือครบอายุการใช้งานควรเ้ปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่
  *  หากเห็นว่าสกปรกไม่มาก สามารถทำความสะอาดได้ โดยใช้ลมเป่าจากด้านใน ผ่านไส้กรองอากาศ ออกสู่ภายนอก
  *  ใส่ไส้กรองอากาศกลับเข้าที่  โดยให้เข้ากับบ่ารับ
  *  ประกอบฝาครอบให้ตรงกับเครื่องหมาย ใส่น็อตหางปลาและคลิปล็อคกลับเข้าที่เดิม
และเมื่อใส่ไส้กรองอากาศเสร็จแล้วควรตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง  น้ำมันเบรก  น้ำมันคลัตช์  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ด้วย  ซึ่งปกติจะต้องอยู่ในระดับขีดสูงสุดเสมอ  ถ้าพบว่าอยู่ต่ำกว่าระดับขีดสูงสุด ให้เติมน้ำมันแต่ละประเภทให้อยู่ในระดับขีดสูงสุดเสมอ   แต่ถ้าพบว่า น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันคลัตช์ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์  ต่ำกว่าขีดสูงสุดบ่อยๆ ควรนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ
   และนอกจากนี้ไหนๆก็เปิดกระโปรงแล้ว คุณควรตรวจเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำไปพร้อมกันเลย โดยปกติน้ำในหม้อพักน้ำจะต้องอยู่ที่ขีด " MAX " ถ้าต่ำกว่าขีด " MAX " แต่ไม่ต่ำกว่าขีด " MIN " ให้เติมน้ำสะอาดในหม้อพักน้ำให้ถึงขีด " MAX " แต่ถ้าพบว่าระดับน้ำต่ำกว่า " MIN "  จะต้องเปิดฝาหม้อน้ำและเติมน้ำสะอาด ในหม้อน้ำก่อน จากนั้นจึงเติมน้ำสะอาดในหม้อพักน้ำให้อยู่ในขีด  " MAX "
สุดท้ายดูระดับน้ำในกระบอกล้างกระจก  ควรอยู่เต็มขีดสูงสุดเช่นกัน เพื่อเตรียมไว้ล้างกระจกยามฉุกเฉิน
แต่ตามความเป็นจริงแล้วเมื่อมีการใช้งานรถคู่ใจอยู่เป็นประจำ ก็ควรจะมีการตรวจเช็คระดับน้ำมันต่างๆ ระดับน้ำ เป็นประจำหรือสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และรถคู่ใจก็จะอยู่กับคุณไปอีกนาน

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่

                                   คุณควรน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่
            สมรรถนะการทำงานของรถขึ้ยอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์ และเพื่อการตอบสนองที่ดีมากยิ่งขึ้นก็จะต้องดูแลสภาพของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ  โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะทาง หรือตามเวลา ที่กำหนดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งเป็นการลดการเสื่อมสภาพการทำงานของรถให้ช้าลง  แล้วเราควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่ดี
      ปัจจัยที่ชี้ชัดว่าคุณควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้แล้วนั้น นอกจากระยะทางและระยะเวลาที่ยึดถือปฎิบัติกันอยู่แล้วนั้นก็จะมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญที่เราควรรู้  ดังนี้
1  ความถี่ในการสตาร์ทขณะเครื่องเย็นมากๆ ทั้งนี้ก็เนื่องจากการเกิดการควบแน่นในขณะที่เครื่องเย็นมากนั่นเอง
2  ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดห้องเพลาข้อเหวี่ยง  คือ จะสามารถกักเอาสิ่งสกปรกไว้ไม่ให้ขึ้นไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ด้านบนได้มากน้อยเพียงใด
3  ความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ กำลังอัดน้อยเท่าไหร่ การเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่องก็จะยิ่งมากตาม
      ระยะทางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คือ ถ้าระยะทางที่ใช้ในแต่ละวันสั้นและใช้ความเร็วต่ำ ก็จะทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว อย่างในกรณีที่สภาพการจราจรไม่คล่องตัวเคลื่อนๆ หยุดๆ แต่ในขณะเดียวกันเครื่องรถของเราต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาแต่รถไม่ได้วิ่ง การเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่องและการสึกหรอเครื่องยนต์นั้นจะเร็วกว่ารถที่วิ่งในระยะไกลแบบถนนโล่งๆ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดปัญหาในลักษณะนี้ คุณควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เร็วอืกนิด และอีกกรณีคือ ถ้าใช้รถความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องทุกวันก็จะทำให้น้ำมันเครื่องของคุณเสื่อมสภาพเร็วด้วยเช่นกัน
      ถ้าเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิล  ส่วนใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นจะระบุให้เปลี่ยนน้ำมันตามเกรดและ ประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่อง  หรือถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งานอย่างน้อยที่สุดควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกปี  แต่ผู้ผลิตรถจะระบุให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 8,000 - 10,000  กม. หรือทุกๆ 6 เดือน ( สำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ) แล้วแต่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าถ้าต้องการปกป้องเครื่องยนต์สูงสุดควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กม. หรือทุก 3 เดือนนั่นเอง
   การแจ้งเตือนเมื่อครบกำหนดเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตัวนี้จะมีติดมากับรถทุกคันเพื่อช่วยเราในการจำระยะเวลาในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  แต่ถ้าเมื่อใดที่ป้ายนี้หาย คุณก็สามารถบันทึก วัน / เดือน / ปี ที่ครบกำหนดเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนี้ไว้ในโทรศัพท์มือถือของคุณก็ได้ เมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนเครื่องจะแจ้งคุณโดยอัตโนมัติ
      ในกรณีที่รถจอดอยู่กับที่มากกว่าวิ่ง คุณก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 6 เดือนเช่นกัน เพราะทุกครั้งที่เครื่องยนต์ทำงานจะมีคราบเขม่าและความชื้นจากการเผาไหม้ตกค้างอยู่นั่นเองและความชื้นกับชิ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นโลหะจะทำให้เป็นสนิม เราจึงควรทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเช่นกัน
       ด้วยรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนที่ใช้งานต่างกัน  ทำให้ระยะหรือความถี่ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องไม่เท่ากัน  เพราะบางคนอาจใช้รถแค่เดือนละ  1,000 กิโลเมตร ในขณะที่บางคนเดือนเศษๆ ก็ถึงกำหนดเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว ในกรณีที่อยากยืดระยะทาง ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง อันเนื่องมาจากไม่สะดวกที่จะต้องเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องย่อยๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้ Fully Synthetic  Oil  แต่ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำมันเกรดไหน ก็ไม่ควรละเลยการดูปริมาณของน้ำมันเครื่องและสภาพของน้ำมันเครื่องอยู่เสมอ และทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสิ่งที่ละลเยไม่ได้อีกเช่นกันก็คือ  อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องและแหวนรองน็อตด้วยทุกครั้ง


    สมรรถนะของรถขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์ และเพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น เร
































ถนะของรถขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์ และเพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น เราต้องดูแลสุขภาพของเครื่องยนต์ให้สสมรรถนะของรถขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์ และเพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น เราต้องดูแลสุขภาพของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะกับน้ำมันเครื่องที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่

อุปกรณ์เสริมรถฟอร์คลิฟท์

                         อุปกรณ์เสริมสำหรับรถฟอร์คลิฟท์
           อุปกรณ์เสริมสำหรับรถฟอร์คลิฟที่เรากล่าวถึงในที่นี้ คือ ตัวช่วยในการจับและยกถังน้ำมัน
ในการใช้งานแต่ละประเภทผู้ใช้งานควรคำนึงถึงความเหมาะสม ระหว่างอุปกรณ์ที่จะยก และอุปกรณ์ที่จะช่วยยก ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตแ ดังนั้นเราจึงควรมีความรู้พื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้งานของรถแต่ละประเภท
   สเปคถังน้ำมัน 200ลิตร 55-gallon drum

เส้นผ่าศูนย์กลางมาตรฐาน 572 mm
สูง 851 mm
วัสดุ อาจจะเป็นเหล็ก (Steel) หรือ เหล็กไร้สนิม (stainless steel)

ประเภทการยึดจับ
หลักมี2ประเภท หากเป็นถังมาตรฐานจะใช้งานได้อยู่แล้ว ด้วยการจับ
ทั้งสองแบบ
1.แบบรัดรอบถัง
เป็นการรัดรอบกลางถัง โดยมีปล้องนูนรอบถัง เป็นตัวกันไม่ให้ถังเลื่อนสไลด์
ถังที่สามารถใช้ได้ คือ
- ต้องมี รอยนูน เป็นตัวกันไม่ให้ถังเลื่อนสไลด์ ถังผิวเรียบทั้งถังจะไม่สามารถใช้ได้
- เส้นผ่าศูนย์กลางต้องใกล้มาตรฐาน คือ 572 mm
2.แบบจับขอบปากถัง
ถังน้ำมัน มาตรฐาน จะมีการพับขอบด้านนอก เป็นขอบนูน (หมายเลข 2) 
การจับจะทำเมื่อลักษณะของการคีบ หน้า-หลังของขอบถัง โดยขอบนูน (หมายเลข 2) 
จะเป็นตัวช่วยกันสไลด์ มีทั้งแบบใช้มือช่วยล๊อค-คลาย หรือ แบบกลไกอัตโนมัติล๊อค-คลาย
สำหรับรุ่นหมุนเทได้ จะมีการล๊อคด้านล่าง(ก้นถัง)ด้วย
ประเภทของ อุปกรณ์ยกถังน้ำมัน 200ลิตร

แต่ละประเภทจะมีลักษณะ แยกกัน ตามหน้าที่อย่างชัดเจน
ดังนั้น ผู้ใช้ควรพิจราณาตามความเหมาะสมลักษณะของการใช้งาน เช่น                                                                       รถเข็นถังน้ำมัน ถังดรัม 200 ลิตร รุ่นประหยัด ราคาถูก

- ใช้สำหรับเคลื่อนถังน้ำมัน อย่างเดียวเท่านั้น
- ตัวเล็ก น้ำหนักเบา คล่องตัว ราคาถูก

 อุปกรณ์เสริมรถโฟร์คลิฟ ยกถังดรัม มีคุณสมบัติดังนี้









- ใช้สวมเข้ากับงาโฟร์คลิฟท์ เพื่อยกและเคลื่อนย้ายถัง
- ปากจับแบบจับขอบปากถัง การจับแบบอัตโนมัติ อาศัยแรงโน้มถ่วง
เมื่อชนขอบถังแล้วยกขึ้น และ ปากจับปล่อย คลายตัวเอง เมื่อถังแตะพื้น
- มีทั้งแบบ ปากจับเดี่ยว และคู่ รับน้ำหนักได้ไม่เกิน ข้างละ 360 กก.
ถ้าถังไม่ได้บรรจุของเหลว เช่น ขยะ วัสดุต่างๆ ควรตรวจสอบน้ำหนักไม่ให้เกิน
เพราะปากจับ อาจจะทนรับน้ำหนักไม่ได้
- รถโฟร์คลิฟท์ ขนาดใหญ่ๆ ตั้งแต่ 3ตัน ควรตรวจสอบขนาดงา กับช่องเสียบ
เพราะถ้างาขนาดใหญ่ จะไม่สามารถสวมเข้าได้ (แต่สามารถโมดิไฟล์ได้)

แบบ Drum Stacker  มีคุณสมบัติดังนี้
 

- จุดประสงค์ คือการ ยกแล้วหมุนเท เป็นหลัก
- มีการจับสองแบบ ให้เลือก แบบรัดรอบถัง , จับขอบปากถัง
ซึ่ง แบบรัดรอบถัง จะสะดวกรวดเร็วกว่า
- สามารถหมุนถัง200ลิตรได้ จนสุด สามารถเทของเหลวได้หมดทั้งถัง
- สามารถรักษาตำแหน่งที่ต้องการหมุนได้

 แบบรุ่น Raptor  มีคุณสมบัติดังนี้

- เป็นรุ่นแรกๆที่ใช้ในการขึ้นลงพาเลท
- ขาที่กางออก ใช้ในการเข้ามุม เพื่อยกถังน้ำมัน ขึ้นลง พาเลท
- ยกเคลื่อนย้ายถัง ในแนวราบได้

แบบ รุ่นยกสูง มีคุณสมบัติดังนี้

- ใช้ในการเคลื่อนย้ายถังน้ำมัน
- ยกถังน้ำมัน ขึ้นท้ายกะบะ รถปิคอัพ รถ6ล้อ รถสิบล้อ โปรดตรวจสอบความสูงก่อน
- โครงสร้างไม่ใหญ่ คล่องตัว ทำงานสะดวก
- มีรุ่น low profile สามารถสอดขาเข้าพาเลท เพื่อยกถังน้ำมัน ขึ้นลง พาเลทได้
- ปากจับแบบจับขอบถัง แบบอัตโนมัติ

แบบขากางได้  มีคุณสมบัติดังนี้ดังนี้

- รถเข็นถังน้ำมัน 200 ลิตร เพื่อการใช้งานกับพาเลท
- ใช้ยกถังน้ำมัน ขึ้น ลง พาเลท ขาที่กางใช้ในหลบพาเลท
- ใช้เคลื่อนที่จากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่งได้
เมื่อท่านสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมแล้วอย่าลืมว่าก่อนการใช้งานท่านควรตรวจเช็คความพร้อมใช้ก่อนการเริ่มต้นทำงานทุกครั้ง  และดูแลตรวจเช็ค ทำความสะอาดอยู่เสมอแล้วเครื่องทุ่นแรงเหล่านี้จะสามารถอยู่กับคุณได้นาน 

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความรู้เกี่ยวกับรถลาก

                                การเลือกใช้งานรถลาก

การเลือก รถลากพาเลท แฮนด์ลิฟท์  Hand Pallet truck (แฮนด์ลิฟท์)


รถลากพาเลท จะมีหลายชื่อ เช่น แฮนด์ลิฟท์, รถยกพาเลท, Hand Lift, Hand pallet truck,Handpallet, Pallet Jack
ึ่งหมายถึง อุปกรณ์แบบเดียวกัน

จุดประสงค์


แฮนด์ลิฟท์ใช้เพื่อเคลื่อนย้ายพาเลทจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากงายกได้ในระดับเหนือพื้นเล็กน้อยเท่านั้น   ขนาดเล็กกว่ารถยกประเภทอื่นๆ ใช้งานง่าย
แยกตามการใช้งานดังนี้
1. รุ่นมาตรฐาน เป็นแฮนด์ลิฟท์ รุ่นที่พบเห็นทั่วไป ราคาถูก มีoption หลากหลาย


2. แบบงาต่ำพิเศษ ขาเสียบงาจะบางเหมาะกับพาเลทที่ทำขึ้นเอง เช่น พาเลทไม้ พาเลทเหล็ก
พาเลทที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน ที่มีช่องสอดงาต่ำกว่าทั่วไป ก่อนเลือกซื้อ ควรวัดขนาดของพาเลทให้แน่นอนก่อน โดยเฉพาะถ้าความสูงต่างกันเพียง1-2มม.เทียบกับรถแฮนด์ลิฟท์  ต้องแน่ใจว่าความสูงอยู่ระดับนี้ทั้งพาเลท
 


3. รับน้ำหนักสูง 5000kg ตัวจะใหญ่ หนา แบบมาตรฐานที่รับได้เพียง2500-3000kg



4. แบบชุบกัลวาไนซ์ ผิวเคลือบกันสนิม กันความชื้น ใช้ในงานห้องเย็น พื้นที่ชื้นแฉะ

5. แบบสเตนเลส กันสนิมดีกว่าชุบกัลป์วาไนซ์มาก แต่ราคาแพงกว่า4เท่า ใช้ในงานห้องเย็น

6. แบบfour way เคลื่อนได้4ทิศทาง เนื่องจากแบบมาตรฐานต้องมีวงเลี้ยว แต่รุ่นนี้ จะสไลด์ข้างได้


7. แบบตาชั่งในตัว แฮนด์ลิฟท์ มีที่ชั่งน้ำหนักในตัว วัดน้ำหนักของบนพาเลทได้


8. แบบยกสูง ยกสูงได้80Cm แต่ไม่ค่อยนิยม เพราะเวลายกสูง จะเคลื่อนที่ไม่ได้ 
ยกเว้น แบบSKID ตามรูปขวาสามารถเคลื่อนที่ได้
  


9. แบบลากโรล จะไม่ได้ใช้ลากพาเลท  จะไว้ใช้ลาก งานม้วน เช่น ม้วนกระดาษ ม้วนผ้า
มีขาที่กว้างกว่า และงาทำมุมเฉียงเพื่อกับส่วนโค้งของงานม้วน

10. แบบกึ่งไฟฟ้า SEMI ELECTRIC กลไกบางส่วนจะเป็นไฟฟ้า โดยเฉพาะส่วนยกจะขึ้นลงด้วยไฟฟ้า มักจะเป็นรุ่นที่มีระยะยกสูง หากใช้ปั้มโยกจะเสียเวลาและใช้แรง

11. แบบไฟฟ้า FULL ELECTRIC กลไกจะเป็นไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งการขับเคลื่อนและการยก สามารถขึ้นขับขี่ได้


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวเลือก รถลากพาเลท  Hand Pallet truck มาตรฐาน
1.1 น้ำหนักที่รับได้ Load 
-2500kg            -3000kg          รุ่น3000kgจะราคาแพงกว่า

1.2 ความกว้างงา

เนื่องจากช่องเสียบของพาเลท(L) มีหลายขนาด พาเลทแคบช่องเสียบงาจะแคบ หากไม่ตรงจะเสียบงาเข้าไปไม่ได้

- 680mm หน้ากว้าง เป็น รุ่นมาตรฐานนิยมมากสุด ใช้กับพาเลทพลาสติกได้ส่วนใหญ่
- 540mm หน้าแคบ เป็นรุ่นตัวเลือก คือ L น้อยกว่า680mmใช้กับพาเลทขนาดเล็ก พาเลทแคบ

1.3 ล้อ

- ล้อโพลียูรีเทน(PU) เป็นล้อมาตรฐานติดมากับรถ มีสีแดง มีความนุ่ม ยืดหยุ่น เงียบ เหมาะกับพื้นที่ฉากเรียบ ข้อเสีย ความทนทานต่ำ สึกหรอง่ายหากใช้ในพื้นที่หยาบกระด้าง ไม่ทนเคมี ไม่ทนความชื้น เพราะยางจะอมน้ำ
- ล้อไนล่อน(Nylon) เป็นล้อตัวเลือก มีสีขาว แข็งแรง ทนสารเคมี ทนความชื้น เหมาะกับงานในที่ชื้น มีสารเคมีตามพื้น ข้อเสีย กระด้าง เสียงดัง เวลาลาก 
ล้อเดี่ยวกับล้อคู่
ในบ้านเราที่มีจำหน่ายเกือบทั้งหมดจะเป็นล้อคู่  ล้อเดี่ยวที่พบและมีจำหน่ายตามภูมิภาคเอเชียหลายประเทศ
ซึ่งล้อเดี่ยวน่าจะผลทางการลดต้นทุนมากกว่า บางเหตุผลบอกว่า ล้อเดี่ยวคล่องตัวกว่า แต่อย่างไรก็ตามถ้าแบบล้อคู่น่าจะช่วยให้แบ่งเบาภาระของล้อ ลดการสึกหรอให้ช้าลง

1.4 ความสูงของงา

- มาตรฐาน คือ 85 mm ช่องเสียบพาเลทต้อง H สูงกว่า85mm พาเลทพลาสติก พาเลทสำเร็จรูปมักจะมีความสูง 100mm ขึ้นไปอยู่แล้ว
- ไม่มาตรฐาน คือ Hต่ำกว่า85mm  โดยส่วนใหญ่จะเป็น พาเลทไม้หรือพาเลทเหล็กที่ทำขึ้นมาเอง เราจะแนะนำให้ใช้ รุ่นแบบงาต่ำพิเศษ ซึ่งจะความสูง55mm(หรือรุ่นต่ำกว่านี้) จะทำให้งาของรถแฮนด์ลิฟท์ ต่ำพอจะสอดเข้าใต้ช่องพาเลทได้

1.5 ความยาวงา

- ความยาวงา มาตรฐาน คือ 1220 mm สำหรับ หน้ากว้าง680 , 1150mm สำหรับ หน้าแคบ540
- ความยาวงาสั้น ตั้งแต่ 800,900,1000 mm สำหรับพื้นที่ขนาดแคบ เช่น สโตร์ในสำนักงาน สโตร์ช่าง
- ความยาวงายาว ตั้งแต่ 1500,1800,2000mm จะใช้กับงานขนาดใหญ่ เพื่อให้สมดุลไม่ล้มง่าย
ราคาจะแตกต่างกับรุ่นมาตรฐานมากพอสมควร
มีการประยุกต์อีกแบบ ของรุ่นงายาว คือ การใช้พาเลทปิด คือ จะเสียบทะลุผ่านพาเลท
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิธีการใช้งาน รถลากพาเลท  แฮนด์ลิฟท์
การใช้งานแบบเบื้องต้นมีดังนี้
1. ยก - ดันคันโยกลง แล้วออกแรงปั้มก้านคันโยก งาจะยกขึ้น
2. เคลื่อนที่ - ปรับคันโยกมาตรงกลาง จะเป็นตำแหน่งฟรี งาจะไม่ยกขึ้นหรือลง
3. ลง - ดันคันโยกขึ้น งาจะลดตัวลง
ข้อแนะนำการใช้งาน
1. ควรยกขึ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้สามารถเคลื่อนตัวได้ ไม่จำเป็นต้องยกขึ้นสุด
    นอกจากจะไม่ต้องออกแรงเกินจำเป็นแล้ว ยังช่วยให้กระบอกยกไม่รับภาระมากเกินไป
    ป้องกันความเสียหาย และช่วยรักษาสมดุลย์ในการเคลื่อนที่อีกด้วย
2. เมื่อไม่ได้ใช้งานไม่ยกของค้างไว้
3. เมื่องาไม่ยกขึ้น หยุดโยกปั๊มขึ้น ไม่ควรฝืนยก และหาสาเหตุดังนี้
3.1 ตรวจรอบรถ ว่ามีตัวถังรถแฮนด์ลิฟท์ ไปติดกับสิ่งอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น พาเลทข้างเคียง ขอบทางกำแพง
3.2 นำรถออกมาจากจุดทำงาน ปั๊มขึ้นลงด้วยตัวเปล่า ตรวจสอบกลไกต่างๆว่าทำงาน
      ผิดปกติหรือไม่ บางครั้งพบว่า โซ่คันโยก หย่อนยาน หรือ ตึงไปทำให้รถไม่ทำงาน
3.3 ตรวจสอบการรั่วซึมและระดับน้ำมันไฮโดรลิค พบบ่อยว่า น้ำมันในระบบลดลง
      จะทำให้ประสิทธิภาพการยกลดลง หากเป็นรั่วซึมเป็นหยดชัดเจน ควรแก้ไขที่จุดนั้น
      ไม่ว่าจะเป็น oil seal และ ดูความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนที่จุดรั่วซึม ว่าสึกหรอเสียหายหรือไม่
4. ขณะใช้งาน ยก ลากเคลื่อนที่ ไม่ควรผู้ใดอยู่ใกล้ด้านของงาที่ยกของ คนควรอยู่ด้านฝั่งของคันโยก
    เพราะจะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยขณะทำงาน
5. ไม่ควรนำรถไป ทิ้งไว้กลางแดด โดนฝน นานๆ เพราะจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆเสื่อมสภาพเร็วขึ้น